ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot




Champagne

แชมเปญ เป็นชื่อจังหวัดหรือเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส อยู่ห่างจากกรุงปารีส 90ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือแต่โดยทั่วไป โดยเฉพาะพูดถึงเหล้า องุ่น) แชมเปญ ก็คือ เหล้าองุ่นมีฟองที่มีราคาแพงและมีชื่อเสียงที่สุดChampagne เป็น "King of Wine" ได้รับการควบคุมการผลิตโดยกฎหมายบังคับอย่างเข้มงวด เช่น พื้นที่การ ปลูกและพันธุ์องุ่นรวมถึงขั้นตอนในการผลิต ถ้าเปรียบเทียบกับไวน์ หรือเหล้าองุ่นทั่วไปซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถหา ประวัติความเป็นมาได้แชมแปญเป็นเหล้าองุ่นใหม่ซึ่งถูกคันพบและผลิตเป็นครั้งแรกในศตวรรษ ที่ 17 โดยพระนิกายเบเนดิกทีน ชื่อ ดอมเพอริยอง (Dom Perignon) ผู้พบวิธีการนำจุกคอร์ก (Cork) มาควบคุมการหมักเหล้าองุ่น ครั้งที่ 2 ในขวดทำให้เกิดฟองอากาศโดย ธรรมชาติซึ่งต่อมาได้มีการ นิยมนำไปดิ่มในพิธีการฉลองหต่าง ๆ และแพร่หลายไปทั่วโลก

ลักษณะเฉพาะของแชมเปญ
ดินที่ใช้ในการปลูกองุ่นเป็นดินชอล์กสีขวา ทำให้เกิดรส, กลิ่น ในเหล้าองุ่นแตกต่างจากเขตองุ่นอื่น ๆ พันธุ์องุ่นในเขตมี 3 ชนิดเท่านั้น Pinot Noir (พินอง นัวร์), Pinot Meunier (พินอง เมนูเออร์) ซึ่งเป็น องุ่นดำและ Chardonnay (ชาโดเน่) เป็นองุ่นขาว โดยทั่วไปแชมเปญจะทำจาก Pinot (องุ่นดำ) ในปริมาณ 2/3 และ Chatdonnay (ชาโดเน่) อีก 1/3 การเก็บองุ่นต้องทำในปลายเดือนกันยายน หรือ 100 วันหลังจากองุ่นผลิดอกองุ่นถูกเก็บและบีบน้ำในไร่ บีบครั้งที่ 1 ได้น้ำองุ่นชั้นเลิศ, บีบครั้งที่ 2-3 ยังใช้ทำแชมเปญได้ ส่วนการบีบครั้งที่ 4 จะเป็นน้ำองุ่นที่ไปใช้ทำไวน์ราคาถูก ๆ บริษัทผู้ผลิตแชมเปญจะนำเอาน้ำองุ่นจากไร่ต่าง ๆ ไปหมักเป็นเหล้าองุ่นในถังใบใหญ่โดยผสมผสานน้ำองุ่นจากไร่ต่าง ๆ ถ้ามีปีระบุต้องนำเหล้าองุ่นเฉพาะปีมาผสมกัน เท่านั้น) เพื่อที่ว่ารสชาติจะได้ไม่แตกต่างกัน เป็นเวลาประมาณ 6 เดือน จากนั้นนำเหล้าองุ่นไปบรรจุขวด และเติมยีสต์เพื่อให้เกิดปฎิกริยาครั้งที่ 2 ในขวด โดยทุกขวดจะถูกนำไปเก็บไว้นห้องใต้ดินที่มี อุณหภูมิคงที่ เป็นเวลา 3-5 ปี ในระหว่างการเก็บไวน์จะมีการทำ Remuage โดยที่ขวดจะได้รับการหมุนขยับจากแนวนอนจนถึงแนวตั้งคอขวดลง เพื่อให้ตะกอนที่เกิดขี้นระหว่างการหมัก มารวมตัว กันที่คอขวด Degorgement คือขั้นตอนการนำเอาตะกอนออกจากขวดโดยแช่คอขวดให้ส่วนที่มีตะกอนแข็งตัว แล้วเปิดขวดความดันจากแก๊สที่เกิดขึ้นจากการหมักจะดันตะกอน ออกจากขวด (ในอดีตไม่มีเทคนิคอันนี้ การนำตะกอนออกแต่ละครั้งจะเปลืองไวน์ประมาณ 1/4 ขวดเติมน้ำเหล้าองุ่นหรือน้ำตาลลงในขวดแทนส่วนที่เสียไป แล้วปิดจุคคอร์กและรับดัวลวดเพื่อรักษาความดัน (Corkage) เก็บไว้อย่างต่ำ 6 เดือน ก่อนส่งออกจำหน่ายต่อไป

รสชาติของไวน์มีฟอง (แชมเปญ)
Brut, Natture - ไม่หวานมาก หรือมีส่วนผสมความหวาน (Liqueur) อยู่น้อยประมาณ 0-2 % ของน้ำเหล้า
Extra Dry,Extra Sec,Tres Sec - ไม่หวาน หรือมีส่วนผสมความหวาน (Liqueur) 2-3 %
Sec - หวานน้อย หรือมีส่วนผสมความหวาน (Liqueur) 4-5 %
Demi Sec - หวานปานกลาง หรือมีส่วนผสมความหวาน (Liqueur) 7-9 %
Rich,Doux - หวานมาก หรือมีส่วนผสมความหวาน (Liqueur) 5-10 %

ในอดีตมักนิยมดื่มแชมเปญประเภทหวาน (ประมาณ 30 ปีที่แล้ว) ปัจจุบัน Brut หรือแชมเปญแบบไม่หวานมากเป็นที่นิยมดื่มมาก แชมเปญยังมีหลายแบบ เช่น Vintage, Non-intage,Pink Rose, Blanc de Blancs


การเก็บแชมเปญ
หลังจากใช้เวลานานในกระบวนการผลิต คุณภาพของแชมเปญจะไม่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเก็บในห้องใต้ดินอีกนานเท่าใดก็ตามแต่แชมเปญ อาจเก็บได้นาน 4-5 ปี โดยวางขวดในลักษณะ นอนและรักษา อุณหภูมิที่ประมาณ 10 - 15 องศา C อุณหภูมิที่เหมาะแก่การดื่มแชมเปญและเหล้าองุ่นมีฟองชนิดอื่น จะต้องเย็นจัดประมาณ 5 - 9 องศา C ผู้ชำนาญด้านเหล้าองุ่นแนะนำ ให้แช่แชมเปญในถังน้ำแข็งไม่ควรแช่เย็น ในตู้เย็นเพราะจะเย็นเกินไป

วิธีการเปิดขวดแชมเปญที่ถูกต้อง
หลังจากแกะลวดรัดออกแล้ว ให้จับขวดมือหนึ่งและจับจุกคอร์กอีกมือหนึ่ง ค่อย ๆ หมุนขวดจุกคอร์กจะหลุดออกมาย่างง่ายดาย เช็ด ขวดก่อนเทใส่แก้ว การเปิดขวดแชมเปญแบบ เขย่า ความดันภายในจะดันจุกคอร์กให้ระเบิดออกไปมีผลทำให้น้ำแชมเปญไหลออกมา เสียของไปโดยเปล่าประโยชน์ และเมื่อเปิดขวดแล้วควรดื่ม ให้หมดเพราะแชมเปญ ไม่สามารถเก็บข้ามวันได้ แก้วประเภทมีก้านยาว เหมาะแก่การดื่มแชมเปญทั้งสิ้นแต่ถ้าเป็นแก้วที่มีด้านบนทรงเรียวเล็ก Flute จะดีที่สุด เพราะจะเก็บฟองแชมเปญได้นาน

แชมเปญ อื่น ๆ
แชมเปญบางยี่ห้อ เช่น ดอม เพดริยอง (Dom Perignon) เลอ กรอง ดาม (Le Grande Dome), หลุยส์ ปอมเมอรี่ (Louise Pommery (, คูเว่ย์ เซอร์ วินสตัน เซอร์ชัลล์ (Cuvee Sir Winston Churchill), Vintage and Special Lable ล้วนแต่ ทำจากน้ำองุ่น ที่บีบครั้งที่ 1 และจากไร่องุ่นที่แบ่งโดยรัฐบาลว่าเป็นไรชั้น 1 มีองุ่นพันธุ์ Chardonnay ซึ่งแพงกว่าองุ่นดำมากและปริมาณการผลิตได้ น้อยกว่าราคาจึงแพง

เหล้าองุ่นมีฟอง ยังมีการทำอีกมากในเขตอื่นของประเทศฝรั่งเศษและทั่วโลก แต่จะเรียกตัวเองว่า Sparkling Wine เท่านั้น การผลิต ถ้าบรรจุแก๊สแบบน้ำอัดลมราคาก็จะถูก, ถ้าหมักครั้งที่ 2 จำนวนมากในถังเหล็กใหญ่ก็แพงขึ้นหน่อย ถ้าทำการผลิตเหมือนแชมเปญก็ แพงมากแต่ราคาก็ยังถูกกว่าแชมเปญแท้กว่าครึ่ง

Sparkling Wine มีชื่อเรียกในภาษาอื่น ๆ คือภาษาเยอรมัน เรียกว่า Sekt (เซกท์) ภาษาอิตาเลี่ยน เรียกว่า Spumante (สปูเมนเต้) - Asti (แอสติ - เป็นเขตปลูกองุ่นที่มีชื่อเสียง และราคาแพง) และบ่อยครั้งจะเห็นบนฉลากของเหล้าองุ่นมีฟองที่ผลิตจากออสเตรเลีย, สเปน, และสหรัฐอเมริกา พิมพ์คำว่า "แชมเปญ" ซึ่งเป็นการเรียกหรือระบุชื่อที่ไม่ถูกต้อง
 




KNOWLEDGE

ประวัติสุราชนิดต่างๆ
Wines ประเภทของเหล้าไวน์
Vodka
Tequila
Scotch Whisky
RUM เหล้ารัม เมรัยจากน้ำอ้อย
GIN การกำเนิดเหล้ายิน
Brandy
beer
American Whisky กำเนิดอเมริกันวิสกี้



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

แลกลิงค์          |         สมัครงาน         |          ข้อกำหนดและเงื่อนไข       |         แผนผังเว็บไซต

Copyright © 2009 All Rights Reserved.

chaopraya.biz tel. (662) 908 9782