ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot




มารู้จักสาโทกันเถอะ article

 

สาโท (Sato)
 เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ผ่านการกลั่น เป็นสุราแช่ จัดอยู่ในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดไวน์ข้าว(Rice wine) มีรสออกหวาน หมักเช่นเดียวกับสาเก (Sake) แต่สาเกจะไม่หวาน สาโทผลิตโดยใช้ข้าวเหนียวนึ่ง นำมาล้างเมือก ข้าวออกให้หมด ปล่อยให้แห้งจากนั้นคลุกเคล้าด้วยหัวเชื้อแห้งที่เรียกว่าลูกแป้ง (Lookpang) ซึ่งหัวเชื้อมีส่วนผสมของเชื้อราและยีสต์ โดยเชื้อราทำหน้า ที่ผลิตอะไมเลสมาย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาล ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า saccharification ส่วนยีสต์ในลูกแป้งทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลที่ได้จากการย่อยแป้งให้เป็น เอทิลแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลุ่มนี้นิยมผลิตกันมากในแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และประเทศไทย โดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น ในประเทศจีนเรียกว่า chao-ching-yu ในประเทศญี่ปุ่นเรียก Japanese liqueur ส่วนในประเทศไทย เครื่องดื่มในกลุ่มนี้มีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน โดยอาจมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันบ้าง เช่น กระแช่ (Krachae) เหล้าอากุน ((Lao-argoon) น้ำขาว (Nam-khao) ส่วนคำ ที่นิยมและเป็นที่รู้จักดีในไทยปัจจุบันคือ สาโท

ลักษณะของสาโทมีทั้งใสและขุ่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตและความต้องการของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามการที่จะได้สาโทชนิดใหม่ขึ้นมาสามารถพัฒนาได้โดยปรับเปลี่ยนกลิ่นและรส ชาติให้แตกต่างไปจากเดิม เช่นการเติมน้ำสกัดจากสมุนไพร หรือน้ำผลไม้บางชนิดในขั้นตอนของการหมักจะทำให้ได้สาโทที่มีกลิ่นตามชนิดของน้ำที่เติมลงไปซึ่งจะได้สาโทชนิดใหม่ ๆ อันเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่นิยมบริโภคสาโท
 
สาโทนั้นมีความแตกต่างจากไวน์ผลไม้ ตรงที่มีเศษข้าวและตะกอนเยอะ จนทำให้น้ำมีสีขาวขุ่น อีกทั้งด้วยการผ่านน้ำทำให้เกิดน้ำตาลมาก อาจจะทำให้เป็นอาหารของจุลินทรีย์จนเป็นสาเหตุให้เกิดการเน่าบูดขณะอยู่ในขวด จึงจำเป็นต้องกรองให้ตะกอนต่าง ๆ หมดไป  โดยทั่วไปใช้วิธีบ่มไว้ให้นานเพื่อให้ตะกอนตกไปเอง สาโทสามารถเก็บไว้ได้นาน โดยไม่ต้องใส่สารกันเสีย
 
            เหล้าสาโทมีความเป็นมาควบคู่มากับบรรพบุรุษและประวัติศาสตร์ของไทย เป็นต้นตำรับสุรายอดข้าวสกุลไทยมาแต่เนิ่นนาน ตราบทุกวันนี้บางครัวเรือนยังคงทำเพื่อใช้สำหรับดื่มกันเอง แต่มีปัญหาเรื่องความสะอาดของผลิตภัณฑ์ทำให้อาจดื่มแล้วมีอาการท้องเสีย ผู้ผลิตหลายรายเร่งทำเหล้าสาโทให้สะอาดมากขึ้นเพื่อป้องกันอาการท้องเสียซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ต่อยอดไปกว่านั้นคือการแต่งกลิ่นและรสชาด ซึ่งมีทั้งรสสมุนไพรนานาชนิด รสชาดสาโทผลไม้ก็มี แต่ที่ถูกคอ ถูกใจผู้ดื่มมากที่สุดคือรสชาดดั้งเดิมของคนไทยนั่นเอง อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการหลายรายก็ยังไม่มีวิธีใดที่จะสามารถดึงกลุ่มผู้ดื่มหน้าใหม่ๆหันมาสนใจสาโทได้เนื่องจากเหล้าสาโทเอาเข้าจริงๆค่อนข้างดื่มยาก หลายคนไม่ชอบ ไม่คุ้นกลิ่น แถมดื่มมากๆแฮงค์ไม่รู้ตัว ที่ยากที่สุดคือการควบคุมผลผลิตให้มีมาตรฐานความสะอาด รสชาดและกลิ่นเท่าเทียมกันในทุกๆรอบการผลิต ดังนั้นสาโททำไม่ยาก แต่หากทำให้ดีมีมาตรฐานและรสชาติถูกอกถูกใจดื่มง่ายนั่นแหละยากที่สุดในการทำสาโท
 
สาโทของบ้านลุงทอม มีอยู่ 3 ตัวหลักด้วยกัน ได้แก่ ลุงทอมสาโท ไชโยสาโท และเจ้าพระยาสาโท ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีว่า มีรสชาดและกลิ่นเป็นสาโทแท้ นุ่มลึก เพราะเกิดจากการหมักบ่มเป็นระยะเวลานาน ทำให้มีรสนุ่ม สีใส ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาดได้มาตรฐาน ได้รับการการันตีรางวัลจากหลายเวที อย่างไรก็ตามสาโทที่มีอยู่ผลิตด้วยกระบวนการแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดหลายอย่างไม่ต่างกับผู้ผลิตสาโทรายอื่นๆทั่วไป แต่ขณะนี้บ้านลุงทอมกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์สาโทสายพันธุ์ใหม่ เนื่องจากเครื่องดื่มสาโทที่ทำกันทั่วไป อาจดื่มค่อนข้างยากสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยคลุกคลีกับเหล้าสาโท ซึ่งสาโทยุคใหม่นี้ ถูกพัฒนาขึ้นมาให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ฉีกรูปแบบกระบวนการทำแบบดั้งเดิมออกไปในขณะที่รสชาติคงความดั้งเดิมแท้ๆ ให้ความรู้สึกใหม่ สด เหมือนดื่มจากโอ่งหมักใหม่ๆ ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเครื่องจักร ควบคุมด้วยเทคโนโลยีชุดใหม่แบบยกชุด เพื่อให้ได้ความสะอาดที่สุด รสชาดดีที่สุด และที่สำคัญมาตรฐานกลิ่นและรสชาดมีความคงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตาม Lot การผลิต นับเป็นการปูทางเริ่มต้นที่ดีเพื่อการส่งออกในอนาคต ให้ต่างประเทศได้รับรู้ว่าเหล้าไทยก็มีดี ประเทศไทยเรานี่แหละมีเหล้าสาโทเป็นสกุลชาติไทย
 



กระดานข่าว

ประกาศรับสมัครพนักงานบ้านลุงทอม article
ดื่มอย่างรับผิดชอบ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

แลกลิงค์          |         สมัครงาน         |          ข้อกำหนดและเงื่อนไข       |         แผนผังเว็บไซต

Copyright © 2009 All Rights Reserved.

chaopraya.biz tel. (662) 908 9782