ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot

dot




ปฏิรูป 'ฉลากเหล้า' ปฏิวัตินักดื่ม article

 

 

 
'บุหรี่เป็นทำให้เป็นมะเร็ง' 'บุหรี่ทำให้เซ็กซ์เสื่อม' 'บุหรี่ทำให้เป็นหมัน' ฯลฯ
       
       
ข้อความเหล่านี้เชื่อว่าบรรดาสิงห์นักสูบทั้งหลายคงคุ้นเคยเป็นอย่างดีเนื่องจากมันปรากฏอยู่ข้างซองบุหรี่ พร้อมกับภาพประกอบที่น่าสยดสยอง มาอย่างยาวนานจนหลายคนถึงกับทนไม่ได้ต้องหากระดาษกาวมาปิดกันอุจาดตา
       
       
แต่ต่อไปนี้อาจจะไม่ได้มีเพียงแต่นักสูบเท่านั้นที่จะต้องผวาเพราะล่าสุดคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีแนวคิดที่จะขอไอเดียเก๋ไก๋นี้มาใช้บ้าง โดยจริงๆความคิดนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ดันมาติดขัดอยู่ที่รองนายกรัฐมนตรีที่ปกติชอบดื่มไวน์ เลยยื้อเรื่องนี้อยู่นานโดยไม่ยอมเรียกประชุมคณะกรรมการฯจนทำให้เรื่องยังไม่ออกมาสักที
       
       
แต่ทั้งนี้ก็มี เนื้อหาแพลมๆออกมาว่าจะบังคับให้ผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ทุกประเภทต้องติดคำเตือนบนผลิตภัณฑ์ทั้งตัวกล่องและตัวขวด ขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรอบคำเตือนพิมพ์ด้วยฟอนต์ที่เห็นชัดเจน อย่าง 'อังสะนานิว' พร้อมกับภาพคำเตือนสุดสยองที่รับรองว่าเห็นแล้วต้องรีบปิดตาหนี
       
       
แน่นอนหลายคนจับตานโยบายนี้อย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาการดื่มสุราที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลกได้จริงหรือไม่เพราะมีบางประเทศถึงกับหวั่นว่านโยบายนี้จะกระทบต่อการส่งออกจนขนาดต้องยกเรื่องกีดกันสินค้ามาเป็นข้ออ้าง
       
       
ดังนั้นนี่อาจจะเป็นบทพิสูจน์หน้าสำคัญอีกหน้าของกระบวนการรณรงค์ของไทยว่าสุดท้ายจะเดินไปถึงปลายทางตามที่ตั้งหวังหรือไม่ หรือเป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆกันแน่
       
       
โมเดลต้นแบบหนทางแห่งความสำเร็จ
       
       
เมื่อบุหรี่ทำสำเร็จทำไมเหล้า-เบียร์จะทำไม่ได้ จากโมเดลอันยอดเยี่ยมนี้เองจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อุดมการณ์ดีๆ จะถูกส่งต่อไปถึงอบายมุขพื้นฐานอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
       
       
โดยงานนี้ได้มีการงัดคำเตือนสุดเจ็บหลากสไตล์ไม่ว่าจะเป็น สุรา เป็นเหตุก่อมะเร็งได้, สุรา เป็นเหตุให้เซ็กซ์เสื่อมได้ ฯลฯพร้อมกับภาพสุดระทึกขวัญให้สิงห์นักดื่มได้หวาดผวา
       
       
โดยฝ่ายรณรงค์ตัวจริงอย่างนพ.ทักษพล ธรรมรังสีผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา อธิบายว่าแต่เดิมบรรจุผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก็มีคำเตือนปรากฏอยู่แล้ว เช่น ห้ามขายให้เด็กหรือห้ามขับรถขณะมึนเมา แต่จากการทำวิจัยพบว่าเพียงแค่ข้อความอาจจะไม่ได้ผลต่อการรับรู้เท่าที่ควรซึ่งหากมีภาพก็น่าจะช่วยได้มากขึ้น
       
       
เราพบว่า การมีภาพช่วยป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ได้เพราะภาพที่ติดไม่ได้หวังแค่ให้ผู้ดื่มมอง แต่ให้สังคมรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กๆที่ยังไม่ดื่มเหล้ามองด้วยเหมือนเป็นการยับยั้งทางหนึ่ง
       
       
ที่สำคัญประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกๆของโลกที่เริ่มใช้มาตรการนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะการใช้ภาพ 4 สีไทยถือเป็นแห่งแรกเลยก็ว่าได้
       
       
เรามีตัวอย่างที่ฝรั่งเศสที่ใช้ภาพผู้หญิงท้องแล้วใช้เครื่องหมายขีดทำเป็นจุดเล็กๆ เท่านั้นเอง แต่มันสามารถช่วยทำให้ตระหนักถึงปัญหานี้เพราะเขากลัวจะมีผลกระทบต่อเด็กในท้อง
       
       
ไม่เพียงแค่นั้นด้วยกฎข้องบังคับที่หยุมหยิม ตั้งแต่เรื่องฟอนต์ ขนาดกรอบคำเตือน รูปภาพ ฯลฯแหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขคนหนึ่งก็บอกว่าการบังคับครั้งนี้มีประสิทธิภาพเนื่องจากบริษัทผู้ผลิตจะไม่สามารถแอบเนียนด้วยการทำลดความโดดเด่นของคำเตือนลงได้
       
       
ขณะที่นพ.ทักษพล ก็ให้คำเห็นแบบสอดคล้องว่า เรื่องนี้จำเป็นมากๆเพราะทุกวันนี้บริษัทเหล่านี้อันตรายมากขึ้นทุกทีสังเกตได้จากบรรจุภัณฑ์มีการออกแบบที่สวยงามมากจนหลายคนอาจนึกไม่ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ เพราะฉะนั้นการทำเช่นนี้อาจจะถือว่าเป็นการลดความอยากของผู้บริโภคลงได้บ้าง
       
       
ถ่วงดุลการออกแบบ
       
       
เมื่อการออกแบบต้องเปลี่ยนแปลงคนที่ดูจะเป็นห่วงมากที่สุด คงหนีไม่พ้นบรรดาผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ทั้งหลายที่อาจจะต้องกุมขมับว่าต่อไปนี้จะทำอย่างไรดีนะ
       
       
ในฐานะของนักออกแบบตัวจริงอีกคนมกร เชาว์วนิชย์นายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวแบบสบายๆว่าไม่รู้สึกหนักใจอะไรเลยแม้แต่น้อย และก็เชื่อเหลือเกินว่าบรรดาเพื่อนร่วมอาชีพคงจะคิดแบบนี้กับตน
       
       
ยิ่งประเด็นที่หลายคนเป็นห่วงว่าจะส่งผลให้ออกแบบผลิตภัณฑ์ยากขึ้นหรือเปล่ามกรยืนยันว่า ไม่แน่นอนเพราะนักออกแบบเป็นอาชีพที่มีจรรยาบรรณและคำนึงอยู่ตลอดว่าอะไรเป็นผลดีหรือผลเสียต่อสังคม
       
       
ทางวงการเราไม่ยินดีกับเรื่องเหล่านี้อยู่แล้วสมัยที่เรียนขนาดจะออกแบบที่เขี่ยบุหรี่ยังห้ามเลยเพราะเรารู้ว่าการออกแบบมันสามารถจูงใจคนได้ง่ายๆ เลยนะลองคิดดูถ้าเกิดคนเสพทุกประเทศล่ะ ญาติพี่น้องผม ลูกผมได้ผลกระทบนี้เราต้องรับผิดชอบ ถือว่าบาปมากเลย แต่อาจจะมีบ้างแหละที่คนหน้ามืด เงินเข้าตาก็อาจจะไปทำ แต่ผมไม่ทำแน่นอน (หัวเราะ)
       
       
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงฯ คนเดิมก็ย้ำว่าปัญหาของการออกแบบนี่แหละสิ่งที่เขาอยากเห็นว่าเกิดขึ้นกับบริษัทผู้ผลิต
       
       
เราต้องการดัดหลังบรรดาบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายซึ่งพยายามบิดเบือนคำเตือน โดยใช้อักษรขนาดบางและเล็ก หรือทำให้กลมกลืนไปกับฉลากจนคนอ่านแทบจะมองไม่เห็น
       
       
เสียเวลาเปล่า?
       
       
อย่างไรก็ตามการวัดผลในเรื่องนี้ คงไม่ได้อยู่ที่ว่า ทำออกมากี่แบบกี่ชนิด
       
แต่อยู่ที่เมื่อออกมาแล้ว มันจะได้ผลในเชิงจิตวิทยาสำหรับผู้เสพ ผู้คิดจะเสพและผู้ที่ไม่เคยเสพแค่ไหนต่างหาก ซึ่งในเรื่องนี้ปัญจพล ไชยาธิโรชอดีตพนักงานราชการ ในฐานะที่เคยบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่บ่อยครั้งก็ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า การมีรูปเช่นนี้ ถือว่าช่วยได้มากโดยเฉพาะนักดื่มหน้าใหม่ที่ดื่มเพราะอยากเข้าสังคมหรือตามกระแส
       
       
มันน่าจะช่วยกระตุ้นคนให้ตระหนักถึงอันตรายได้สักครึ่งหนึ่งนะเพราะแม้แต่ตัวเอง ถ้าเห็นภาพน่ากลัวๆ แบบนี้ก็คงไม่อยากกิน (หัวเราะ)ที่สำคัญการมีคำเตือนมีรูปภาพ มันทำให้เราเริ่มฉุกคิดทุกครั้งที่หยิบขึ้นมาและเริ่มนึกถึงโทษของมันว่ารุนแรงแค่ไหน
       
       
แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่บอกว่าอาจจะเป็นการเสียเวลาเปล่าหรือไม่ นักแสดงสาว อย่างแอริณ-สิริภรณ์ ยุกตะทัตชี้ให้เห็นแบบชัดๆ ไปเลยว่า การทำแบบนี้การติดภาพหรือแสดงข้อความเตือนที่มีความชัดเจนขึ้นคงไม่สามารถทำให้คนเลิกดื่มแอลกอฮอล์ได้
       
       
โดยเธอเปรียบเทียบตัวอย่างแบบซองบุหรี่ที่มีภาพเตือนค่อนข้างจะน่ากลัว แต่คนซื้อมาแล้วเอาบุหรี่ออกไปใส่ซองใหม่ซึ่งสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วก็คงจะมีสภาพไม่ต่างกัน
       
       
อาจจะทำให้คนลดการดื่มเหล้าได้นะคะแต่ส่วนใหญ่คงเลี่ยงมากกว่า ถ้ายี่ห้อไหนมีรูปประกอบ ก็ไม่ซื้อไปซื้อยี่ห้ออื่นแทนอีกอย่าง แอริณคิดว่าแค่รูปๆเดียวไม่สามารถสร้างความรู้สึกให้คนอยากเลิกหรือลดการดื่มแฮลกอฮอล์ได้โดยเฉพาะคนที่ติดจริงๆ
       
       
ขณะที่แอนเจ้าของร้านอาหารและผับ 'Blue Moon' มองว่าการออกมาตรการเช่นนี้ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบรรดาร้านค้า ร้านอาหารผับ บาร์ หรือสถานที่ที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งนักดื่มนักท่องราตรีเลยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะคนที่ดื่มประจำเพราะถึงจะมีหรือไม่มีฉลากคำเตือนก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว
       
       “
ถ้าคนที่ดื่มเป็นประจำเป็นนักดื่ม นักเที่ยวถ้าไม่ดื่มหรือเลิกดื่มเพราะฉลากที่ออกมาก็คงเป็นไปไม่ได้เขาดื่มเป็นปกติอยู่แล้ว บางคนก็ดื่มเพื่อสังสรรค์ไม่ได้ดื่มอะไรมากมายนอกจากร้านของเราแล้วคิดว่าร้านอื่นๆ คงจะตอบเหมือนๆกันว่าไม่ส่งผลกระทบหรืออาจจะมีบ้างตอนออกมาใหม่ๆ หลังจากนั้นก็จะชิน ไม่รู้สึกอะไรต่างก็คิดว่ามันก็แค่ฉลากที่ออกมาเตือน
       
       “
ก็เหมือนกับฉลากที่ติดบนซองบุหรี่ที่ตอนออกมาใหม่ๆ คนก็ฮือฮา แต่หลังๆคนก็ยังสูบกันควันโขมงสมมติถ้าตนเองเป็นนักดื่มก็คงไม่คิดอยู่แล้วว่าฉลากนี้จะทำให้เราดื่มน้อยลงตอนแรกอาจจะคิดตามมองภาพตามบนฉลาก แต่หลังจากนั้นก็เฉยๆ ถ้าร้านอาหาร ผับบาร์หรือสถานเริงรมย์ไม่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สิเรื่องแปลกเท่าที่สังเกตลูกค้าในปัจจุบันเขาก็ยังสั่งมาดื่มกันอยู่พวกเขาก็คงรู้ลิมิตของตนเองว่าดื่มได้แค่ไหน
       
       
กระตุ้นได้ แต่ (อาจ)ไม่แก้ปัญหา
       
       
อย่างไรก็ตามที่กล่าวมานั่นเป็นแค่ผลทันตาเท่านั้น ซึ่ง นพ.ทักษพล ยอมรับคงเป็นเช่นนั้นจริงๆโดยเฉพาะกับหน้าดื่มขาประจำที่กินมานมนานแล้ว
       
       
แต่เขาก็เชื่ออยู่ลึกๆว่าน่าจะช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้แก่บรรดาผู้ที่ดื่มหนักๆ ได้เพราะอย่างน้อยก็อาจจะสามารถกระตุ้นการยั้งคิดระหว่างตัดสินใจซื้อหรืออาจจะเป็นแรงจูงใจที่ทำให้อยากเลิกดื่มสุราได้และที่สำคัญนี่ก็ไม่ใช่มาตรการเดียวที่กลุ่มผู้รณรงค์เลือกใช้แต่ในฐานะที่ทำงานด้านนี้ อะไรที่พอจะทำได้และมีโอกาสจะช่วยแก้ปัญหาหรือกระตุ้นให้คนเริ่มหันมาเห็นความสำคัญก็คงต้องทำทั้งหมด
       
       
สอดคล้องกับความเห็นของแอริณที่กล่าวว่าการกระตุกความคิดคงเป็นการอธิบายประโยชน์ของคำเตือนและฉลากเหล่านี้ได้ดีที่สุดแล้ว
       
       
ถ้าเราเห็นรูปหรือสัญลักษณ์ในขวดเหล้า เราอาจจะคิดบ้างว่าเฮ้ย!..ดื่มแล้วขับรถกลัวเกิดอุบัติเหตุ เราก็จะเพิ่มความระวังมากขึ้นแต่สุดท้ายเราก็ดื่มอยู่ดี เพราะในสถานการณ์ที่เราอยู่กับเพื่อนๆเราก็อยากสังสรรค์สนุกสนานอาจจะคิดบ้างแค่นั้นเอง
       
       
ขณะที่ปัญจพลกล่าวเสริมว่าแม้การทำเช่นนี้อาจจะไม่สามารถลดปริมาณนักดื่มลดได้อย่างฮวบฮาบ แต่หากมีคนคิดได้และอยากดื่มให้น้อยลงสัก 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเขาก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจแล้ว
       
       
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เหล้ามันอยู่ในสังคมมานานแล้วสำหรับผมไม่คิดว่าจะแก้ได้หมดหรอก เอาแค่เยาวชนกับคนยังไม่ลองก็ดีแล้วส่วนคนที่กินมานานแล้ว ก็อาจจะรู้สึกแค่ผิวเผินแต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
       
       ..........
       
       
อาจจะดูเป็นเรื่องแปลกสำหรับประเทศที่ชอบอ้างว่ามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่กลับมีสถิติการดื่มแอลกอฮอล์สูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก
       
       
แน่นอนเรื่องเหล้าเรื่องสุราก็คงจะเป็นไปอย่างที่ นพ.ทักษพลบอกว่า ไม่ได้แก้กันได้ง่ายๆหรือทำเพียง 1-2 อย่าง แล้วปัญหาจะหมดไปแต่เรื่องเหล่านี้คงต้องอาศัยแรงสมานฉันท์จากทุกคนในประเทศไม่เช่นนั้นก็คงยากที่เมืองพุทธแบบไทยๆ จะมีแรงพอที่จะผ่านวิกฤต (สังคม)นี้ไปได้

 

ปฏิรูป 'ฉลากเหล้า' ปฏิวัตินักดื่ม???

 

โดย ASTV ผู้จัดการายวัน 15 กรกฎาคม 2553
 
 



เรื่องน่าสนใจ

20 วิธี ยกระดับความสมาร์ทในตัวคุณ
เขาช้างเผือก กาญจนบุรี ดินแดนแห่งธรรมชาติ
20 อันดับ แบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุดใน article
รู้จักกับสารพัดโรค article
ครม.รีดภาษีบาปเพิ่มเติมใส่กองทุนส่งเสริมเยาวชน article
วัยรุ่นไทยดวดเหล้ากว่า 14.9 ล้านคนแล้ว article
IPAD article
2012 โลกแตก article
ใน 1 วันร่างกายทำอะไร
อินเตอร์เน็ตในประเทศจีน
ประโยชน์ของเหล้า
ก่อนจะเปลี่ยนมือถือใหม่....อยากให้อ่านตรงนี้สักนิด
7 หลุมมหัศจรรย์ของโลก
มุมมองต่างชาติกับการทำงานแบบไทย



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.

แลกลิงค์          |         สมัครงาน         |          ข้อกำหนดและเงื่อนไข       |         แผนผังเว็บไซต

Copyright © 2009 All Rights Reserved.

chaopraya.biz tel. (662) 908 9782